คู่มือทั้งหมด
คู่มือ

ใช้ VPN กับ Smart TV

ทีวีแต่ละยี่ห้อลงแอปได้ไม่เท่ากัน ดูก่อนว่าทีวีของคุณเป็นแบบไหน แล้วทำตามหัวข้อนั้นทีละขั้น

ก่อนเริ่ม — ทีวีของคุณเป็นแบบไหน

  1. 1Android TV / Google TV — หน้าจอหลักมีแอป Google Play Store (เช่น Sony, TCL, Xiaomi, Philips, Toshiba หรือกล่อง Mi Box, Chromecast with Google TV) → ทำตามข้อ 1
  2. 2Amazon Fire TV Stick → ทำตามข้อ 2
  3. 3Apple TV → ทำตามข้อ 3
  4. 4Samsung (Tizen) / LG (webOS) → ดูข้อ 4 เพราะทีวีสองยี่ห้อนี้ลงแอป VPN ไม่ได้

เมนู VPN ที่ติดมากับตั้งค่าของทีวีใช้กับบริการเราไม่ได้ (รองรับแค่แบบเก่า) ต้องลงแอปตามด้านล่าง · ทีวี 1 เครื่องนับเป็น 1 อุปกรณ์ในแพ็กเกจ ให้ใช้ลิงก์ของ “เครื่องที่ …” ที่ยังว่างในหน้าส่งมอบ ไม่ใช้ซ้ำกับมือถือ

1. Android TV / Google TV

  1. 1เปิด Google Play Store บนทีวี ค้นหาและติดตั้งแอป v2rayNG (ตัวเดียวกับที่ใช้บนมือถือ Android) — ถ้าค้นไม่เจอ ใช้แอป Hiddify แทนได้
  2. 2ในแอป กดเมนู ☰ → Subscription group setting → กด + เพื่อเพิ่มรายการ ตั้งชื่ออะไรก็ได้
  3. 3ช่อง URL ใส่ลิงก์ “อัปเดตเอง” ของเครื่องที่ยังว่างจากหน้าส่งมอบ — ง่ายสุดคือลงแอป Google TV บนมือถือ กดไอคอนรีโมต แล้วใช้คีย์บอร์ดมือถือวางลิงก์ลงช่องบนทีวี ไม่ต้องกดรีโมตพิมพ์ทีละตัว
  4. 4กดบันทึก กลับหน้าหลัก กดเมนู ⋮ → Update subscription จะมีรายการเซิร์ฟเวอร์ของคุณขึ้นมา
  5. 5เลือกรายการนั้น แล้วกดปุ่มเชื่อมต่อ (ปุ่มกลมมุมขวาล่าง) ครั้งแรกทีวีจะถามขออนุญาตสร้างการเชื่อมต่อ VPN ให้กดตกลง
  6. 6เปิดแอปที่ต้องการใช้ได้เลย ทุกแอปบนทีวีจะออกเน็ตด้วย IP ของคุณ

ถ้าปิดทีวีหรือทีวีรีสตาร์ท ให้เข้าแอปแล้วกดเชื่อมต่อใหม่อีกครั้ง

2. Amazon Fire TV Stick

  1. 1Appstore ของ Fire TV ไม่มีแอป v2rayNG ต้องลงผ่านแอป Downloader — ค้นหา Downloader ใน Appstore แล้วติดตั้ง
  2. 2ไปที่ ตั้งค่า → My Fire TV → Developer options → อนุญาตให้ Downloader ติดตั้งแอปได้ (ถ้าไม่เห็น Developer options ให้เข้า About แล้วกดที่ชื่อเครื่อง 7 ครั้ง)
  3. 3เปิด Downloader ใส่ที่อยู่ github.com/2dust/v2rayNG/releases เลือกไฟล์ที่ลงท้ายด้วย universal.apk แล้วกดติดตั้ง
  4. 4เปิดแอป v2rayNG แล้วทำตามข้อ 1 ตั้งแต่ขั้นที่ 2 — ใช้แอป Amazon Fire TV บนมือถือเป็นคีย์บอร์ดวางลิงก์ได้

โหลดแอปจากหน้า GitHub ของผู้พัฒนาตามที่อยู่ข้างบนเท่านั้น อย่าโหลดไฟล์ติดตั้งจากเว็บอื่น

3. Apple TV

  1. 1ต้องเป็น Apple TV HD หรือ Apple TV 4K ที่อัปเดตเป็น tvOS 17 ขึ้นไป (ตั้งค่า → ระบบ → อัปเดตซอฟต์แวร์)
  2. 2เปิด App Store บน Apple TV ค้นหาและติดตั้งแอป Shadowrocket (ตัวเดียวกับที่ใช้บน iPhone)
  3. 3ในแอป กด + เพื่อเพิ่มรายการ แล้ววางลิงก์ “อัปเดตเอง” ของเครื่องที่ยังว่าง — ตอนช่องพิมพ์ขึ้นบนทีวี iPhone ที่อยู่ใกล้ ๆ จะเด้งคีย์บอร์ดให้ วางลิงก์จาก iPhone ได้เลย
  4. 4เลือกเซิร์ฟเวอร์ แล้วเปิดสวิตช์เชื่อมต่อ กดอนุญาตเมื่อระบบถาม

Shadowrocket เป็นแอปเสียเงิน (ซื้อครั้งเดียว) แอปอื่นที่รองรับ VLESS และลิงก์ subscription ก็ใช้ได้เหมือนกัน

4. Samsung / LG — ลงแอป VPN ในตัวทีวีไม่ได้

  1. 1ทีวี Samsung (Tizen) และ LG (webOS) ไม่เปิดให้ลงแอป VPN จึงตั้งค่าที่ตัวทีวีโดยตรงไม่ได้
  2. 2ทางที่ง่ายและเสถียรที่สุด: ต่อกล่อง Android TV / Google TV เข้าช่อง HDMI ของทีวี (เช่น Google TV Streamer, Chromecast with Google TV, Xiaomi Mi Box หรือ TV Stick) แล้วทำตามข้อ 1 บนกล่อง
  3. 3จากนั้นเปิดแอปดูหนัง/ดูบอลผ่านกล่องแทนแอปในตัวทีวี ภาพและเสียงออกทีวีเหมือนเดิม
  4. 4อีกทางคือตั้ง VPN ที่เราเตอร์ ให้ทุกเครื่องในบ้านผ่าน VPN — ต้องใช้เราเตอร์ที่ลง OpenWrt และรองรับ VLESS ได้ เหมาะกับคนที่ถนัดเทคนิค ทักทีมงานเพื่อปรึกษาก่อน

การปล่อยฮอตสปอตจากมือถือที่เปิด VPN อยู่ให้ทีวี ส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้ เพราะมือถือไม่ส่งการเชื่อมต่อ VPN ต่อไปที่ฮอตสปอต

ต่อแล้วใช้ไม่ได้ — เช็คตามนี้

  1. 1เชื่อมต่อไม่ได้ → เช็คว่าแพ็กเกจยังไม่หมดอายุ และลิงก์ที่ใส่เป็นของเครื่องที่ยังเปิดใช้งาน (ในหน้าส่งมอบไม่มีป้าย “ปิดใช้งานอยู่”)
  2. 2เชื่อมต่อได้แต่แอปยังไม่เห็น IP ใหม่ → ปิดแอปนั้นให้สนิทแล้วเปิดใหม่ หลังจากกดเชื่อมต่อ VPN แล้ว
  3. 3ภาพกระตุก → ลองเช็คความเร็วเน็ตบ้านก่อน ถ้าเน็ตปกติแต่ยังกระตุก ทักทีมงานพร้อมบอกยี่ห้อทีวีหรือกล่องที่ใช้

บริการสตรีมมิ่งบางเจ้ามีนโยบายไม่รับการเชื่อมต่อจาก IP ของศูนย์ข้อมูล ซึ่งอยู่นอกการควบคุมของเรา ถ้าเจอแบบนี้ทักมา ทีมงานช่วยดูทางเลือกให้

ทำเองไม่ไหว ไม่ต้องฝืน

ทักมาบอกเรา นัดเวลาแล้วเราเปิดหน้าจอพาตั้งให้จนใช้งานได้จริง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

สอบถามทาง LINE@nextpate